ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับเหตุการณ์สำคัญด้านพลังงาน

0
91
นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 จนถึงวันนี้ครบ 1 ปีแห่งวันสวรรคต น้ำตาของพสกนิกรชาวไทยยังไม่เหือดหาย จากการสูญเสียพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง ไม่มีวันไหนที่พวกเราชาวไทยจะไม่คิดถึงพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รัก “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย พระผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พระองค์ยังสถิตอยู่ในหัวใจไทยตราบนิรันดร์
ในนามของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ผมขอเรียนให้ทราบว่าที่ผ่านมา สนพ. ได้จดจำเหตุการณ์ และน้อมนำพระราชดำรัส ตลอดจนพระราชจริยวัตรและคำสอนของพระองค์ท่านมาเผยแพร่สู่สาธารณตลอดมา วันนี้ผมจะขอนำเสนอ 9 เหตุการณ์สำคัญด้านพลังงาน ที่พระองค์ท่านพระราชทานไว้ หรือ หน่วยงานจัดสร้างถวายในวโรกาสต่างๆ ทั้ง 9 เรื่องดังกล่าวมีทั้งในเชิงวิศวกรรม และปรัชญาทางเศรษฐศาสตร์พลังงานที่เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไทยมามากว่า 5 ทศวรรษ ตามลำดับดังนี้
ลำดับที่ 1. 17 พ.ค. 2507 เสด็จเปิดเขื่อนภูมิพลซึ่งเป็นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ณ ขณะนั้น และถือเป็นโครงการที่เปิดศักราชของการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ด้านพลังงานของไทย ริเริ่มการดำเนินการโดยกรมชลประทาน ก่อนที่จะโอนมารวมและก่อตั้งเป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ในปัจจุบัน
ลำดับที่ 2. 16 ธ.ค. 2511 เสด็จเปิดระบบสายส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงไฟฟ้าไทย-ลาว โดยร่วมกับเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา ในปะรำพิธีกลางแม่น้ำโขงเพื่อเป็นการเชื่อมโยงไฟฟ้าระหว่างสองประเทศเป็นครั้งแรก นับจากนั้นไฟฟ้าระหว่างไทย-ลาว ก็ไหลไป-มาไม่มีหยุดไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะเป็นเช่นใด
ลำดับที่ 3. 18 เม.ย 2528 เสด็จ เปิดโรงแยกก๊าซธรรมชาติ จ.ระยอง ทรงนำประเทศไทยเข้าสู่ยุค “โชติช่วงชัชวาล” อย่างสมบูรณ์แบบ โรงแยกฯ นี้นับเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างเศรษฐกิจ ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยฐานทรัพยากรพลังงาน
ลำดับที่ 4. พ.ศ.2528-2537 โครงการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเชื้อเพลิงชีวภาพของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เริ่มต้นจากพระราชดำริว่าในอนาคตอาจเกิดการขาดแคลนน้ำมัน จึงมีพระราชประสงค์ให้นำอ้อยมาผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง โดยพระราชทานเงินทุนวิจัยเริ่มต้นเป็นจำนวน 925,500 บาท และต่อมามีรับสั่งให้นำเชื้อเพลิงผสมใหม่นี้ (ซึ่งต่อมาราชบัณฑิตสถานบัญญัติว่า “แกโซฮอล” ) มาทดสอบในรถยนต์ของสำนักพระราชวัง ในพระราชวังสวนจิตรลดาฯ จนสำเร็จ ต่อมาราวปี พ.ศ.2547 รัฐบาล โดยกระทรวงพลังงานจึงได้น้อมนำต้นแบบการทดลองนี้มาพัฒนาเป็นนโยบายส่งเสริมแกโซฮอล/เอทานอลจวบจนปัจจุบัน
ลำดับที่ 5. พ.ศ. 2550-2553 โครงการแปรรูปนำมันปาล์มให้เป็นไบโอดีเซล : ราวช่วงปลายปี 2550 ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งกับ พล.ร.อ สถิรพันธ์ เกยานนท์ ผบ.ทร. ในขณะนั้นในการพัฒนาเรือตรวจการณ์และระบบเชื้อเพลิงชีวภาพในการแปรรูปน้ำมันปาล์มให้เป็นไบโอดีเซล ทำให้ ทร. เร่งดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์ และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ) จนสำเร็จในเวลาต่อมา และในคราวที่ ทร. กราบบังคมทูลเชิญเสด็จทางชลมารคเมื่อปี 2553 เพื่อเสด็จเยี่ยมพสกนิกรที่เกาะเกร็ด จ.ปทุมธานี พระองค์ท่านมีพระราชโองการฯ อมตะว่า “…ถ้าไม่ใช่ B100 ฉันไม่ไป…” แม้ว่าจะสั้นกระชับแต่แฝงไว้ถึงความมุ่งมั่นและพระวิสัยทัศน์ของพระองค์ที่จะพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพให้เป็นพลังงานหลักของประเทศให้จงได้
ลำดับที่ 6. พ.ศ.2544 พระราชทานนาม “พื้นที่ปิโตรเลียมนวมินทร์” ครั้งนั้น บมจ.ปตท.สผ ได้ทูลเกล้าขอพระราชทานชื่อแหล่งปิโตรเลียม “บงกช” และ โครงการ “อาทิตย์” ซึ่งจัดได้ว่าเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่พัฒนาโดยคนไทย และทั้งสองแหล่งก็เป็นแหล่งพลังงานหลักที่เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศจวบจนปัจจุบัน
ลำดับที่ 7. พ.ศ.2552 ทรงมีพระราชดำริพร้อมพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้ทดลองกังหันลมในพื้นที่ที่มีลมค่อนข้างต่ำ ณ ไร่ชั่งหัวมัน จ.เพชรบุรี โดยติดตั้งกังหันลมขนาด 5 kW จำนวน 20 ต้น ที่พัฒนาเป็นต้นแบบโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพื่อเป็นต้นแบบให้คนไทยเห็นว่า พลังงานนั้นมีอยู่รอบตัว แต่การจะเก็บเกี่ยวมาใช้ได้นั้นต้องใช้สติปัญญาและมันสมองถึงจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ เทคโนโลยีกังหันลมนี้ ออกแบบและประดิษฐ์ขึ้นโดยมันสมองของคนไทย 100 %
ลำดับที่ 8 และ 9 เป็นความทรงจำผ่านภาพยนตร์ชุด “หลอดยาสีพระทนต์” เผยแพร่เมื่อปี พ.ศ.2550 และ “ข้าวผัดอิ่มใจ” เผยแพร่เมื่อปี พ.ศ. 2555 สนพ. ได้จัดทำโครงการรณรงค์ประหยัดพลังงานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้คนไทยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และจดจำพระราชจริยวัตรอันงดงามและเรียบง่ายมาเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต อย่างประหยัด ผ่านเรื่องเล่าของผู้ที่ถวายงานใกล้ชิดพระองค์ท่าน
นอกจากทั้ง 9 เรื่อง ที่ได้นำถ่ายทอดให้ทุกคนได้อ่านในข้างต้น พระองค์ท่านยังได้ให้ความสนพระทัยต่อภารกิจด้านพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากการที่มีพระบรมราชานุญาตพระราชทานพระนามของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ให้แก่โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้านพลังงานต่างๆ
ผมเชื่อเหลือเกินว่าการที่กิจการพลังงานของเราได้ก้าวไกลมาถึงทุกวันนี้ได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะพระวิสัยทัศน์ พระปรีชาญาณ และพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย ของปวงชนชาวไทยทุกคน
น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า นายทวารัฐ สูตะบุตร
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และโฆษกระทรวงพลังงาน
ที่มา : ทิศทางประเทศไทย : ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับเหตุการณ์สำคัญด้านพลังงาน
บทความจาก : หนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์
ฉบับวันพุธที่ 18 ตุลาคม 2560

สามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่ : https://www.facebook.com/notes/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99-ers/%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-9-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/735263056683705/